ฟาร์มกาแฟสเปเชียลตี้ดอยสูง เชียงใหม่ — ส่งออกเกาหลีและญี่ปุ่น ด้วย InvoiceFlow

โดยทีมบรรณาธิการ InvoiceFlow — เผยแพร่ 1 มิถุนายน 2569 — อ่าน 8 นาที

บนดอยสูงในอำเภอแม่แจ่ม เชียงใหม่ ที่ระดับความสูงกว่า 1,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล วิมล ไร่กาแฟ อายุ 48 ปี ปลูกกาแฟสเปเชียลตี้มากว่า 15 ปีแล้ว เธอเริ่มต้นจากการขายให้ร้านกาแฟในเชียงใหม่ แต่ตอนนี้ธุรกิจขยายไปถึงการส่งออกโดยตรงให้กับผู้นำเข้ากาแฟในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

จากดอยสูงสู่ร้านกาแฟโตเกียวและโซล

กาแฟของวิมลเป็น single origin arabica ที่ได้รับการยอมรับในวงการ specialty coffee ระดับนานาชาติ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผู้นำเข้ากาแฟชาวเกาหลีที่มาเยี่ยมชมฟาร์มบน tour ของชมรมกาแฟเชียงใหม่ ชิมแล้วสนใจสั่งซื้อ และตั้งแต่นั้นมา ธุรกิจส่งออกของเธอก็เริ่มต้นขึ้น

ปัจจุบันเธอส่งออกกาแฟ:

ใบแจ้งหนี้ส่งออก — ต้องการมากกว่าแค่ราคา

สิ่งที่วิมลไม่รู้ตอนแรกคือการส่งออกกาแฟต้องใช้เอกสารที่ละเอียดกว่าใบแจ้งหนี้ปกติมาก ผู้นำเข้าที่เกาหลีและญี่ปุ่นต้องการ Commercial Invoice ที่มีข้อมูลครบ:

"ครั้งแรกที่ส่งออกไปเกาหลี ฉันออกใบแจ้งหนี้ธรรมดาแบบที่ใช้ในประเทศ ผู้นำเข้าโทรมาบอกว่าต้องการ HS code และ lot number ด้วย ฉันงงมากตอนนั้น ไม่รู้ว่าคืออะไร"

InvoiceFlow กับการส่งออก

InvoiceFlow ให้วิมลปรับแต่งรายการสินค้าในใบแจ้งหนี้ได้อย่างละเอียด เธอเพิ่มฟิลด์ custom สำหรับ HS Code, Lot Number, Origin, และ Processing Method ในรายการสินค้าของแต่ละ order ออกใบแจ้งหนี้ภาษาอังกฤษ USD ที่ผู้นำเข้าต่างชาติยอมรับได้ทันที

เธอสร้างโปรไฟล์แยกสำหรับการขายส่งออก (ภาษาอังกฤษ USD) และการขายในประเทศ (ภาษาไทย THB) ทำให้เอกสารไม่ปน และแต่ละตลาดได้รับใบแจ้งหนี้ในรูปแบบที่เหมาะสม

Lot Tracking — ความสำคัญใน Specialty Coffee

ใน specialty coffee วงการนี้ lot number คือสิ่งสำคัญมาก ลูกค้าต้องการรู้ว่ากาแฟที่พวกเขาซื้อมาจากพื้นที่ไหน ปีไหน และแปรรูปอย่างไร เพื่อให้สามารถบอกลูกค้าปลายทางที่ร้านกาแฟได้

วิมลตั้งระบบ lot number ตามปีเก็บเกี่ยวและพื้นที่: ตัวอย่างเช่น "WC-2025-NF-001" = Wimol Coffee, ปี 2025, Natural Fermentation, lot แรก เมื่อบันทึก lot number ในใบแจ้งหนี้ใน InvoiceFlow เธอสามารถค้นหาประวัติการขายตาม lot ได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์มากเวลาลูกค้าถามถึงกาแฟที่ซื้อไปก่อนหน้า

ความแตกต่างระหว่างตลาดเกาหลีและญี่ปุ่น

วิมลพบว่าลูกค้าเกาหลีและญี่ปุ่นมีความต้องการที่แตกต่างกันเล็กน้อย ลูกค้าเกาหลีนิยมกาแฟ light roast, natural process มีกลิ่นผลไม้ชัดเจน ขณะที่ลูกค้าญี่ปุ่นนิยม medium roast, washed process รสชาติสะอาด เธอจัดการ lot ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละตลาด และ InvoiceFlow ช่วยให้ระบบ lot tracking ชัดเจนโดยไม่ปน

รายได้และการเติบโต

รายได้จากส่งออกตอนนี้คิดเป็น 45% ของรายได้รวมของฟาร์ม อัตรากำไรจากการส่งออกสูงกว่าการขายในประเทศ เพราะราคา USD ต่อกิโลกรัมสูงกว่า THB ที่ขายในประเทศเมื่อคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน วิมลกำลังพิจารณาขยายฐานลูกค้าส่งออกไปยังออสเตรเลียและสแกนดิเนเวีย

สรุป

วิมล ไร่กาแฟ พิสูจน์ว่าเกษตรกรดอยสูงสามารถส่งออกโดยตรงและมีระบบเอกสารที่มืออาชีพได้โดยไม่ต้องง้อนายหน้า InvoiceFlow ทำให้การออกใบแจ้งหนี้ส่งออกภาษาอังกฤษ USD พร้อม HS code และ lot number เป็นเรื่องง่ายจากมือถือบนดอย

ดาวน์โหลด InvoiceFlow ฟรีได้ที่ invoiceflow.management